หน้าแรก รู้จัก รพ.มหาชัย เครือข่าย บริการทางการแพทย์ ศูนย์การแพทย์เฉพาะทาง ข้อมูลนักลงทุน กิจกรรม/ข่าวสาร ติดต่อเรา แผนผังเว็บไซต์
ทีมแพทย์มหาชัย
ความรู้เรื่องสุขภาพ
สมัครสมาชิก
นัดหมายแพทย์
บริการค้นหา
คำถาม-คำตอบ
แนะนำบริการ

โปรโมชั่น "คลอดเหมาจ่าย" อ่านต่อ

โรงพยาบาลมหาชัยผ่านการตรวจรับรองคุณภาพ JCI อ่านต่อ

ตรวจวินิจฉัยลำไส้ใหญ่ (CT COLONOGRAGHY) อ่านต่อ

ลงทะเบียนรับสิทธิ์ ตรวจวินิจฉัยลำไส้ใหญ่ (CT COLONOGRAGHY) อ่านต่อ

เชิญเข้าร่วมฟังเสวนาโรคสมอง "ความจำสั้นแต่หลงลืมยาว" อ่านต่อ

บริจาคโลหิตถวายพ่อหลวงของแผ่นดิน 17 ก.ย. 57 อ่านต่อ

" เตือนภัยหน้าฝนระวัง 9 โรคร้าย " อ่านต่อ

โปรโมชั่น การส่องกล้องกระเพาะอาหาร (Gastroscope) อ่านต่อ

กล้องส่องตรวจลำไส้ใหญ่ (Colonoscopy) อ่านต่อ

ตรวจวินิจฉัยระบบทางเดินอาหาร (Capsule Endoscope) อ่านต่อ
กลับหน้าแรก - home

ความรู้เรื่องสุขภาพ

คลิกเพื่อดูรายละเอียด ความรู้เกี่ยวกับกระดูกและข้อ
คลิกเพื่อดูรายละเอียด ความรู้เกี่ยวกักายภาพบำบัด
คลิกเพื่อดูรายละเอียด ความรู้เกี่ยวกับเบาหวาน
คลิกเพื่อดูรายละเอียด ความรู้เกี่ยวกับช่องปากและฟัน
คลิกเพื่อดูรายละเอียดปวดฟัน...ทำอย่างไรดี
คลิกเพื่อดูรายละเอียดมารู้จักฟันคุดกันเถอะ
คลิกเพื่อดูรายละเอียดเมื่อไหร่ควรพาลูกไปพบทันตแพทย์
คลิกเพื่อดูรายละเอียดรากเทียม
คลิกเพื่อดูรายละเอียดไขปัญหา...หากคิดทำครอบฟัน
คลิกเพื่อดูรายละเอียดฟันผุในเด็กเล็ก
คลิกเพื่อดูรายละเอียด ความรู้เกี่ยวกับยา
คลิกเพื่อดูรายละเอียด ความรู้เกี่ยวกับระบบทางเดินอาหารและตับ
คลิกเพื่อดูรายละเอียด ความรู้เกี่ยวกับโรคมะเร็ง
คลิกเพื่อดูรายละเอียด ความรู้เกี่ยวกับสูติ-นรีเวช
คลิกเพื่อดูรายละเอียด ความรู้เกี่ยวกับโรคหัวใจ
คลิกเพื่อดูรายละเอียด ความรู้เกี่ยวกับหู คอ จมูก
คลิกเพื่อดูรายละเอียด ความรู้เกี่ยวกับเด็ก
คลิกเพื่อดูรายละเอียด ความรู้เกี่ยวกับปอดและระบบทางเดินหายใจ
คลิกเพื่อดูรายละเอียด ความรู้เกี่ยวกับรังสีร่วมรักษา
คลิกเพื่อดูรายละเอียด ความรู้เกี่ยวกับผิวหนังและความงาม
คลิกเพื่อดูรายละเอียด ความรู้เกี่ยวกับการนอน
คลิกเพื่อดูรายละเอียด ความรู้เกี่ยวกับไต
คลิกเพื่อดูรายละเอียด ความรู้เกี่ยวกับศัลยกรรม
คลิกเพื่อดูรายละเอียด ความรู้เกี่ยวหลอดเลือดสมอง
คลิกเพื่อดูรายละเอียด ความรู้โภชนาการ
คลิกเพื่อดูรายละเอียด ความรู้เกี่ยวกับจักษุ
คลิกเพื่อดูรายละเอียด ความรู้เกี่ยวกับประสาทและสมอง/จิตวิทยา
คลิกเพื่อดูรายละเอียด ความรู้เกี่ยวกับทางเดินปัสสาวะ
คลิกเพื่อดูรายละเอียด ความรู้เกี่ยวกับห้องฉุกเฉิน
คลิกเพื่อดูรายละเอียด คุณหมอขออยู่มหาชัย

ปวดฟัน...ทำอย่างไรดี

โดยพญ.ธิดากานต์ โอทอง

จากประสบการณ์การเคยปวดฟันคิดว่าทุกท่านคงทราบดีว่ามีความทรมานมากเพียงใด ส่วนใครที่ยังไม่เคยถือว่าเป็นผู้โชคดีมากทีเดียว แต่ก็อย่านิ่งนอนใจเป็นอันขาด ควรเข้ารับการตรวจสุขภาพช่องปากและฟันจากทันตแพทย์อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง เพราะถ้าเกิดมีโรคในช่องปากจะได้รีบทำการรักษาตั้งแต่แรกเริ่มสาเหตุที่ทำให้ปวดฟันมีอะไรบ้าง สาเหตุใหญ่ๆ 2 สาเหตุที่ทำให้ปวดฟันคือ โรคปริทันต์ และโรคฟันผุ

โรคปริทันต์ เป็นอาการปวดฟันที่เกิดจากการมีหินปูนเกาะที่คอฟันและลุกลามไปยังปลายรากฟัน หินปูนจะมีผิวหยาบทำให้คราบอาหารและเชื้อแบคทีเรียเกาะติดได้ง่าย ทำให้เป็นหนองเหงือกบวมอาการปวดฟันที่เกิดจากโรคปริทันต์ แรกเริ่มจะมีอาการปวดตื้อๆ และคันเหงือก เมื่อกดบริเวณที่ปวดจะรู้สึกสบายขึ้น ถ้าอาการลุกลามก็จะปวดมากขึ้นอาจปวดร้าวไปทั้งแถบ รวมทั้งมีฟันโยกและปวดฟันร่วมด้วยการรักษาอาการปวดจากโรคปริทันต์สามารถทำได้โดยการขูดหินปูนที่เกาะอยู่ที่ผิวฟัน ตัวฟันและรากฟันออกให้หมดและขัดฟันบริเวณนั้นให้เรียบ เพื่อกันไม่ ให้คราบอาหารหรือแผ่นคราบแบคทีเรียเกาะติดได้ง่าย และถ้ามีเหงือกอักเสบร่วมด้วยต้องกำจัดผิวเหงือกด้านในที่อักเสบออกไปด้วย หลังจากนั้นทันตแพทย์จะแนะนำวิธีดูแลและทำความสะอาดฟันให้ ซึ่งผู้ป่วยจะต้องปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด เพื่อไม่ให้กลับมาเป็นใหม่อีก

โรคฟันผุ เป็นอาการปวดฟันเมื่อฟันผุลุกลามไปถึงชั้นเนื้อฟัน ซึ่งบริเวณนี้จะติดต่อกับเส้นประสาทที่รับความรู้สึกได้ ทำให้รู้สึกเสียวฟันหรือปวดฟันเมื่อมีอาหารไปอุดในรูฟันผุ ถ้าปล่อยไว้จนฟันผุถึงโพรงประสาทฟันจะทำให้ปวดมากขึ้น ถ้าฟันผุถึงชั้นเนื้อฟัน ก็สามารถอุดฟันเก็บไว้ได้แต่ถ้าฟันผุจนถึง โพรงประสาทฟัน และเป็นหนองปลายรากฟันแล้ว จะอุดฟันธรรมดาไม่ได้ จะต้อง รักษารากฟันก่อน โดยกรอฟันส่วนที่ผุออกให้หมดจนเหลือแต่เนื้อฟันส่วนที่แข็งและสะอาด แล้วจึงกรอเปิดเข้าไปในโพรงประสาทฟันฟันที่รักษารากแล้วจะเปราะกว่าฟันปกติ ดังนั้นถ้ารักษารากฟันแล้วและอุดไว้ด้วยวัสดุอุดฟันธรรมดา เวลาใช้ฟันซี่นี้ต้องระวังอย่าเคี้ยวอาหารที่แข็งมากๆ หรือใช้ฟันซี่นี้กัดอาหารแข็งๆ จะทำให้ฟันหักได้ส่วนฟันที่ผุมากๆ จนเหลือแต่รากฟันและเนื้อฟันเปื่อยมากจนหาขอบของฟันไม่ได้ หรือขอบฟันอยู่ใต้เหงือกลึก ก็อาจจะเก็บไว้ไม่ได้ จำเป็นต้องถอนฟัน ออกและใส่ฟันปลอมจะเห็นได้ว่าอาการปวดฟันสามารถรักษาให้หายและสามารถเก็บฟันไว้ ได้ถ้าเราไม่นิ่งนอนใจ ปล่อยทิ้งไว้จนอาการของโรคลุกลามไปมาก ดังนั้นควรปรึกษาแพทย์ทุกครั้งเมื่อช่องปากมีปัญหาและที่สำคัญควรหาโอกาสมาตรวจสุขภาพช่องปากอย่างน้อยปีละ 1 ครั้งเพื่อป้องกันและรีบทำการรักษาต่อไป



2012 all rights reserved. Mahachai Hospital, Samutsakorn, Thailand.