หน้าแรก รู้จัก รพ.มหาชัย เครือข่าย บริการทางการแพทย์ ศูนย์การแพทย์เฉพาะทาง ข้อมูลนักลงทุน กิจกรรม/ข่าวสาร ติดต่อเรา แผนผังเว็บไซต์
Thai English
ทีมแพทย์มหาชัย
ความรู้เรื่องสุขภาพ
สมัครสมาชิก
นัดหมายแพทย์
บริการค้นหา
คำถาม-คำตอบ
แนะนำบริการ

โปรโมชั่นต่างๆ อ่านต่อ

สัญญาณอันตรายความเสื่อมของดวงตาที่เกิดจากโรคเบาหวาน อ่านต่อ

ความรู้ " ไอเหนื่อยมาก " อ่านต่อ
กลับหน้าแรก - home

ความรู้เรื่องสุขภาพ

คลิกเพื่อดูรายละเอียด ความรู้เกี่ยวกับกระดูกและข้อ
คลิกเพื่อดูรายละเอียด ความรู้เกี่ยวกักายภาพบำบัด
คลิกเพื่อดูรายละเอียด ความรู้เกี่ยวกับเบาหวาน
คลิกเพื่อดูรายละเอียด ความรู้เกี่ยวกับช่องปากและฟัน
คลิกเพื่อดูรายละเอียด ความรู้เกี่ยวกับยา
คลิกเพื่อดูรายละเอียด ความรู้เกี่ยวกับระบบทางเดินอาหารและตับ
คลิกเพื่อดูรายละเอียดอาการเจ็บหน้าอกที่ไม่ได้มีสาเหตุมาจากโรคหัวใจขาดเลือด
คลิกเพื่อดูรายละเอียดสัญญาณอันตราย..แผลในกระเพาะอาหาร และลำไส้เล็กส่วนต้น
คลิกเพื่อดูรายละเอียดการดูแลสุขภาพ ห่างไกลโรคทางเดินอาหาร
คลิกเพื่อดูรายละเอียดการดูแลตัวเองของผู้ป่วยโรคตับแข็ง
คลิกเพื่อดูรายละเอียดภาวะลำไส้แปรปรวน IBS (Irritable Bowel Syndrome)
คลิกเพื่อดูรายละเอียดโรคกรดไหลย้อนในกระเพาะอาหารคืออะไร (GERD)
คลิกเพื่อดูรายละเอียดไวรัสตับอักเสบ...โรคร้ายที่ป้องกันได้
คลิกเพื่อดูรายละเอียดทำอย่างไรเมื่อคุณหมอบอกว่าเราเป็นโรคกระเพาะ
คลิกเพื่อดูรายละเอียดโรคกรดไหลย้อนในกระเพาะอาหารคืออะไร
คลิกเพื่อดูรายละเอียดไวรัสตับอักเสบบี
คลิกเพื่อดูรายละเอียดไวรัสตับอักเสบซี
คลิกเพื่อดูรายละเอียดการตรวจลำไส้ใหญ่ด้วยเครื่องเอ็กซเรย์คอมพิวเตอร์ CT Colonography
คลิกเพื่อดูรายละเอียดพาหะไวรัสตับอักเสบบี ไม่เป็นอะไร ไม่ต้องทำอะไรจริงหรือ
คลิกเพื่อดูรายละเอียดการตรวจวินิจฉัยทางเดินอาหารด้วยการกลืนแคปซูล (แคปซูลส่องกล้อง)
คลิกเพื่อดูรายละเอียดการส่องกล้องไม่น่ากลัวอย่างที่คิด
คลิกเพื่อดูรายละเอียดการตรวจวินิจฉัยทางเดินอาหารด้วยการกลืนแดปซูล
คลิกเพื่อดูรายละเอียดการตรวจวินิจฉัยภาวะพังผืดของตับ
คลิกเพื่อดูรายละเอียดความรู้เรื่องโรคตับ
คลิกเพื่อดูรายละเอียดคุยกันเรื่อง”ท้องผูก”
คลิกเพื่อดูรายละเอียด
โรคไขมันสะสมในตับ
คลิกเพื่อดูรายละเอียด ความรู้เกี่ยวกับโรคมะเร็ง
คลิกเพื่อดูรายละเอียด ความรู้เกี่ยวกับสูติ-นรีเวช
คลิกเพื่อดูรายละเอียด ความรู้เกี่ยวกับโรคหัวใจ
คลิกเพื่อดูรายละเอียด ความรู้เกี่ยวกับหู คอ จมูก
คลิกเพื่อดูรายละเอียด ความรู้เกี่ยวกับเด็ก
คลิกเพื่อดูรายละเอียด ความรู้เกี่ยวกับปอดและระบบทางเดินหายใจ
คลิกเพื่อดูรายละเอียด ความรู้เกี่ยวกับรังสีร่วมรักษา
คลิกเพื่อดูรายละเอียด ความรู้เกี่ยวกับผิวหนังและความงาม
คลิกเพื่อดูรายละเอียด ความรู้เกี่ยวกับการนอน
คลิกเพื่อดูรายละเอียด ความรู้เกี่ยวกับไต
คลิกเพื่อดูรายละเอียด ความรู้เกี่ยวกับศัลยกรรม
คลิกเพื่อดูรายละเอียด ความรู้เกี่ยวหลอดเลือดสมอง
คลิกเพื่อดูรายละเอียด ความรู้โภชนาการ
คลิกเพื่อดูรายละเอียด ความรู้เกี่ยวกับจักษุ
คลิกเพื่อดูรายละเอียด ความรู้เกี่ยวกับประสาทและสมอง/จิตวิทยา
คลิกเพื่อดูรายละเอียด ความรู้เกี่ยวกับทางเดินปัสสาวะ
คลิกเพื่อดูรายละเอียด ความรู้เกี่ยวกับห้องฉุกเฉิน
คลิกเพื่อดูรายละเอียด คุณหมอขออยู่มหาชัย

การดูแลตัวเองของผู้ป่วยโรคตับแข็ง

โดยนพ.ดนัย ลิ้มธุรสกุล

โรคตับแข็งเป็นโรคหนึ่งที่พบได้บ่อย ในปัจจุบันมีความก้าวหน้าทางการแพทย์เพิ่มขึ้น โรคตับแข็งในระยะเริ่มต้นหรือโรคตับแข็งจากบางสาเหตุ สามารถได้รับการรักษาจนมีอาการดีขึ้นเป็นอย่างมากได้ ปัจจุบันโรคตับแข็งจึงกลายเป็นโรคที่รักษาได้ ไม่ใช่โรคที่รักษาไม่ได้อีกต่อไป ผู้ป่วยควรช่วยเหลือแพทย์ด้วย เพื่อให้การรักษาได้ผลสูงสุด โดยมาพบแพทย์ตามนัดอย่างสม่ำเสมอ รับประทานยาที่จัดให้ ร่วมกับการดูแลตัวเองดังต่อไปนี้

การรับประทานอาหาร

รับประทานอาหารที่สุกและสะอาด ถูกสุขอนามัย โดยเฉพาะอาหารทะเล เนื่องจากในอาหารทะเลมักจะมีเชื้อโรคบางชนิด ที่ผู้ป่วยโรคตับ โดยเฉพาะตับแข็ง ถ้ารับประทานเข้าไป อาจทำให้เกิดการติดเชื้อรุนแรงจนถึงแก่ชีวิตได้ ถึงแม้ว่าผู้นั้นจะมีสุขภาพแข็งแรงดีมาก่อน

  • หลีกเลี่ยงการรับประทานสุราและแอลกอฮอล์ทุกชนิด เช่น สุรา เบียร์ ไวน์ เหล้าขาว และยาดอง เป็นต้น
  • หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารเค็ม เนื่องจากอาจทำให้มีอาการบวมได้
  • รับประทานยาตามแพทย์สั่ง ไม่ควรซื้อยาทานเอง เพราะยาบางชนิดอาจมีผลเสียต่อตับได้ เช่น ยาลดไข้(พาราเซตามอล, ซ่าร่า, ไทลีนอล) ไม่ควรรับประทานเกินวันละ 4-6 เม็ด หรือควรรับประทานแค่ครั้งละ 1 เม็ดทุก 6 ชั่วโมงเท่านั้น

    ยาแก้ปวดอย่างแรงหรือยาลดการอักเสบกลุ่มที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ หรือเรียกง่ายๆ ว่าเอ็นเสด(NSAIDs) เช่น พอนสแตน, บรูเฟน, ไดโคลฟีแนค, ไพรอคซีแคมหรือซีรีเบค เพราะอาจทำให้ตับวายได้ อาหารเสริม สมุนไพร ยาลูกกลอน ยาหม้อ ยาชุด เพราะอาจมีสารบางชนิดเป็นส่วนประกอบ เช่น สเตียรอยด์ ซึ่งจะกดภูมิคุ้มกันของผู้ป่วยซึ่งมีน้อยอยู่แล้ว และเมื่อภูมิคุ้มกันของผู้ป่วย ซึ่งเปรียบเสมือนทหารน้อยลง ผู้ป่วยจะไม่สบายได้ง่ายขึ้น

    ควรรับประทานอาหารให้ครบหมู่ และรับประทานอาหารโปรตีนเพิ่มขึ้น ควรทานอาหารเสริมระหว่างมื้อหลักและทานอาหารมื้อดึกก่อนนอน ประมาณสามทุ่ม โดยสามารถเลือกรับประทานเป็นน้ำเต้าหู้, ไข่นกกระทา หรือเต้าฮวยได้หรือถ้าต้องการความสะดวก สามารถทานอาหารเสริมโปรตีนสำเร็จรูปได้ เช่น อะมิโนเลแบน จะจำกัดอาหารโปรตีนในผู้ป่วยที่มีภาวะซึมเท่านั้น

    ผู้ป่วยโรคตับแข็ง ไม่ควรอดอาหารโดยไม่จำเป็น ในวันที่มาพบแพทย์ถ้ามีการนัดหมายให้ทำการตรวจเลือด หรือการตรวจพิเศษต่างๆ ที่ต้องอดอาหาร ให้ทานอาหารมื้อดึกช่วงเที่ยงคืน และภายหลังได้รับการตรวจแล้ว ให้รับประทานอาหารได้เลยระหว่างรอพบแพทย์

    การตรวจคัดกรองมะเร็งตับ(การตรวจหามะเร็งตั้งแต่ระยะเริ่มต้น)
    ผู้ป่วยตับแข็งทุกรายและผู้ป่วยไวรัสตับอักเสบบี ควรได้รับการตรวจคัดกรองมะเร็งตับ เนื่องจากมีโอกาสเกิดมะเร็งตับได้ โดยอย่างน้อยที่สุด ควรได้รับการตรวจคลื่นเสียงความถี่สูงและตรวจเลือดหาค่ามะเร็งตับ (อัลฟาฟีโตโปรตีน) ทุก 6-12 เดือนโดยในผู้ป่วยไวรัสตับอักเสบบีที่ยังไม่มีภาวะตับแข็ง สามารถเริ่มทำการตรวจได้ตั้งแต่อายุ 40 ปีในผู้ชายและ 50 ปีในผู้หญิง
    การตรวจเพื่อหาเส้นเลือดขอดในหลอดอาหาร
    ผู้ป่วยตับแข็งบางรายจะมีเส้นเลือดขอดในหลอดอาหาร ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของภาวะเลือดออกในทางเดินอาหาร หรืออาเจียนเป็นเลือด ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของการเสียชีวิตได้ ปัจจุบันมีการส่องกล้องทางเดินอาหารส่วนบน เพื่อช่วยในการวินิจฉัยและรักษาภาวะดังกล่าวได้ตั้งแต่ก่อนที่จะมีอาการ ผู้ป่วยตับแข็งทุกรายควรได้รับการส่องกล้องดังกล่าวอย่างน้อย 1 ครั้ง
    ญาติของผู้ป่วย
    โรคตับแข็งจากบางสาเหตุ โดยเฉพาะไวรัสตับอักเสบบี ผู้ป่วยอาจไม่ได้เป็นคนเดียวในครอบครัวที่ป่วยด้วยโรคนี้ เนื่องจากตัวโรค สามารถติดต่อได้ทั้งทางเพศสัมพันธ์ และจากแม่ไปลูก เพราะฉะนั้นถ้าได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นไวรัสตับอักเสบบีจากแพทย์ควรให้ทั้งสามี ภรรยา บุตร บิดา มารดา และพี่น้องของผู้ป่วย ได้รับการตรวจไวรัสตับอักเสบบีด้วย ในกรณีที่ตรวจพบเชื้อไวรัสตับอักเสบบีจะได้พิจารณารับการรักษาที่เหมาะสม หรือถ้าตรวจไม่พบจะได้พิจารณาฉีดวัคซีนป้องกันโรคต่อไป ผู้ป่วยโรคตับแข็ง สามารถรับประทานอาหารร่วมกับญาติได้ โดยไม่ติดโรค แต่ถ้าเป็นตับแข็งจากไวรัสตับอักเสบ ควรหลีกเลี่ยงการใช้ของบางชนิดร่วมกัน เช่น มีดโกนหนวด หรือแปรงสีฟัน
    การรักษาเฉพาะโรค
    โรคตับแข็งหลายชนิด มีการรักษาโดยเฉพาะขึ้นกับสาเหตุของตับแข็ง บางสาเหตุสามารถได้รับการรักษาจนผู้ป่วยมีอาการดีขึ้นเป็นอย่างมากได้ เช่น สุรา ไวรัสตับอักเสบ ภูมิคุ้มกันของตัวเองทำร้ายตับ เป็นต้น ซึ่งควรได้รับคำแนะนำจากแพทย์
    การป้องกันโรคไวรัสตับอักเสบแทรกซ้อน
    ผู้ป่วยควรได้รับการตรวจภูมิคุ้มกันต่อไวรัสตับอักเสบเอ หรือ บี ในกรณีที่ไม่มีภูมิคุ้มกันต่อไวรัสดังกล่าว ควรได้รับการฉีดวัคซีนเพื่อป้องกันไวรัสทั้งสองชนิด เนื่องจากผู้ป่วยตับแข็ง ถ้ามีการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบแทรก อาจมีอาการรุนแรงได้



    contact us
    โรงพยาบาลมหาชัย - โทรศัพท์ 034 424990
    สงวนลิขสิทธิ์ 2015 all rights reserved.
    Mahachai Hospital, Samutsakorn, Thailand.